3 พ.ย. 2552
ระหว่างที่เรียนคาบเลคเชอร์ที่แสนจะเบื่อหน่าย แต่ทุกคนในห้องกำลังวิกฤตกับการนั่งตัดโมเดล
(เข้าใจกันไหม? อารมณ์ประมาณว่า หูฟังเลคเชอร์ มือตัดโมเดลงานสตู มนุษย์ร้อยละแปดสิบในห้องเป็นอย่างนี้กันหมด
) เสียงเข้าเมสเสจก็ดังขึ้น เพื่อนคนหนึ่งส่งมาว่า "ใกล้จะถึงวันเกิดแล้ว อยากได้อะไรรึเปล่า" ในเวลานั้น สิ่งแรกและสิ่งเดียวที่แวบเข้ามาในหัวคือ เวลา
ด้วยความที่เรียนถาปัตย์ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียตอนนี้คือเรื่องของเวลา
1. คุณต้องมีระบบจัดการเวลาอย่างดีเยี่ยม เพื่อที่จะทำงานยให้ "ทันส่ง" (แค่ทันส่งนะ ไม่ได้ดูคุณภาพงาน) นี่ไม่นับถ้าคุณมีภารกิจอื่นๆที่ต้องทำ
2.คุณต้องส่งงานให้ทัน เรื่องนี้เป็นความฉิบหายของเด็กถาปัตย์มากที่ส่งงานไม่ทัน ในกรณีนี้หมายความว่าคุณจะเอฟงานนั้นทันที
เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกที่ของขวัญล้ำค่าที่สุดถ้าหากเป็นไปได้ในเวลานั้นคือเวลา (คิดสภาพอีกสองชั่วโมงส่งโมเดลห้อง ขนาด 30*30*30 เซ็น แต่ยังไม่มีแม้แต่ผนัง แถมยังเป็นเด็กดีเข้าเรียนเลคเชอร์แล้วอนาถใจตัวเอง)
แต่วูบต่อมาก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้(ก็แน่สิ

) และอารมณ์ของความคิดก็จบลงตรงนั้นก่อนเริ่มเปิดเครื่องตัดโมเดลต่อไป
4 พ.ย. 2552
ส่งโมเดลแบบกากๆไปแล้ว เหนื่อยมากถึงมากที่สุด แต่วันนี้มีงานที่หนักกว่ารออยู่
นั่นคือ
นั่นคือ
นั่นคือ!!
การหล่อเรซิ่น
แม่เจ้า เกิดมาในชีวิตยังไม่เคยได้เห็นเลย จะให้หล่อซะแล้ว แต่ทำไงได้ อยากได้คะแนนก็ต้องทำ
ที่จริงงานนี้เราเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ (วันนี้วันพุธ) ทำไปแล้ว รับฝีมือตัวเองไม่ได้ ทิ้งลวดที่ดัดขึ้นโครงเรียบร้อย และดัดใหม่ภายในหนึ่งคืน ก่อนพบว่า คำนวนผิด ! ฉิบหายอีกแล้ว โครงลวดสวยงามที่ดัดมาทั้งคืน แม่งกลายเป็นตะกร้าถูกรถทับ
แต่เอาเหอะ... ณ จุดๆนี้

เนื่องจากมีวิชาเลือกตอนบ่ายและเป็นคนดี จึงเข้าเรียนตามปกติ (ไม่วาย ในมือมีลวดที่ยังดัดไม่เสร็จ หึหึ ตลอดเว) กับเพื่อนคนนั้น(ที่กำลังช่วยดัดให้ตะกร้าถูกรถทับเป็นตะกร้าปกติ) และเพื่อนถาปัตย์อีกคน (ที่กำลังดัดลวดเป็นเพื่อน หึหึ)
พอเลิกเรียนก็ลากกันไปหน้าอักษรเพื่อหล่อเรซิ่น หลายคนคงงงว่าทำไมไม่หล่อที่ถาปัตย์วะ
เพราะว่าเค้าไม่ให้หล่อในคณะน่ะสิ หึหึ

เพราะเค้ากลัวท่อคณะตันน่ะสิ หึหึ

เลยมาหล่อที่อักษรน่ะสิ หึหึ

เลวมั้ยล่ะ หึหึหึหึ

เพื่อนคนที่ไม่ได้อยู่ถาปัตย์คนนั้นก็มาช่วยด้ว
ย เพราะคิดว่าการหล่อเรซิ่นใช้เวลาแปบเดียวให้มันเซ็ทตัว (ที่จริงเราก็คิดอย่างนั้น)
เพื่อนเริ่มหล่อกันไปทีละคนๆ ถึงตาเราบ้าง ก็เทๆ
อืม ดูดีขึ้นนะเนี่ยยย
ดูดีๆๆ
ดูดี...
เฮ้ยยย กล่องรั่ว!!
ชิบหายยย
รั่วเยอะด้วยสิ ฉห. มากๆๆๆ
เอาล่ะ ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ยกกล่องติดแลกซีนใหม่
พรวด!! เรซินกระจายยยยยยยยยยยย
ด้วยความที่เริ่มหนืดมันจึงไม่ไหลไปไหนเยอะ ก็เอาพีวีซีมาลองไปก่อน ก่อนจะเททั้งหมดกลับไปที่ขวดเหมือนเดิม รวมทั้งที่อยู่บนโต๊ะด้วย
ช่วยกันกวาดกับเพื่อนคนนั้น ที่ไม่ได้อยู่ถาปัตย์
(ซวยโคตรๆที่มาช่วย (ฮา) มือนี่หนึบไปหมด แล้วมันก็เริ่มคิดได้ว่า "นี่ฉันอุตส่าห์ไม่ไปสอบถาปัตย์ แม่งเป็นเวรเป็นกรรมอะไรยังต้องมาทำงานถาปัตย์ด้วยวะ แต่ก็ยังดี ฉันไม่ต้องเจอแบบนี้ไปตลอดชีวิต" /ประโยคสุดท้ายแทงใจดำมากก) มือหนึบๆนั้นเมื่อโดนน้ำ เพราะคิดว่าจะล้างออก มันกลับเริ่มแข็งตัวกลายเป็นลักษณะของแป้งเหนียวเหนียวที่หนึบกว่าเดิม! ดีมากเลย จับอะไรก็หนึบ หยิบที่ชู่มาเช็ด ทิชชู่ก็ติดมือ จับส้อมจะกินยำมาม่า ส้อมก็ติดมือมาด้วย หยิบอะไรไม่ได้สักอย่าง

แต่ความโหดร้ายไม่ได้อยู่ตรงนั้น!! เรซินมันหายไปเกือบ 1/5 ปกติก็จะไม่พออยู่แล้ว นี่ยังหกไปอีก ทำไงดีวะ!!
เพื่อนที่อยู่คณะอื่นที่ไม่ใช่ถาปัตย์(คนนั้น)บอกว่า '
Don't Panic Don't Panic '
(ใครไม่เข้าใจ นี่เป็นประโยคอมตะของเรื่อง Shopaholic ที่จขบ และเพื่อนคนนั้นชอบมาก) ณ จุดๆนั้นก็ยังอยากจะหัวเราะออกมาให้ได้ ที่จริงก็ไม่ได้แพนิคอะไร แค่หงุดหงิดสะสมจนเข้าใกล้เส้นวิกฤต มันหลายเรื่องเหลือเกินอีเรซิ่นและฐานรากนี่
สุดท้ายก็เก็บกระเป๋า เพื่อนคนนั้นกลับบ้านไปก่อนพร้อมด้วยมือที่ยังเลอะเรซินเพราะไม่สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำเปล่า

ส่วนเพื่อนคนอื่นๆก็กำลังแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตน
เช่น ช่วยไปซื้อแอลกอฮอล์มาล้างเรซิ่นออกจากชีวิต นั่งดูเรซิ่นตัวเองแล้วภาวนาให้มันแข็งในเร็วนาที ไม่ก็แปะแลคซีนเพิ่มเมื่ออีเวรเรซินนั่นไหลออกมา เดินไปพารากอนเพื่อซื้อเรซิ่นเพิ่ม แต่หลังจากดูราคาแล้ว รู้สึกว่าได้ด๊อกดีกว่า ก็เลยกลับไปเสี่ยงด๊อกที่บ้าน คราวนี้ติดแล๊คซีนเป็นมัมมี่ ถ้าเรซิ่นมันทะลักไหลได้ มันคงจะเป็นเรซิ่นมหัศจรรย์ (อ้อ ใส่ตัวเร่งเพิ่มด้วย)
แล้วก็นั่งเปลี่ยวกินชาเขียวโออิชิอยู่หน้าบ้านคิดถึงเรื่องวันเกิดพรุ่งนี้ (ที่ยังต้องสู้รบกับกากรตัดโมเดลแบบร่างครั้งที่สอง) และเรื่องต่างๆมากมาย
เออ... สองวันมานี่ สงสัยคงจะได้ของขวัญวันเกิดล่วงหน้าแล้วล่ะ
แล้วยังได้สิ่งที่ต้องการด้วย...
เวลา
เวลาที่โหยหามาตลอดตั้งแต่เข้าคณะ
เวลาที่ไม่ค่อยเหลือให้ใครหรืออะไร แม้แต่ชีวิตตัวเอง ครอบครัว เพื่อน
เวลาที่ไม่มีสำหรับความคิดฟุ้งซ่านหรือแม้แต่ความเหนื่อย
ในที่สุดก็ได้เวลามา
ที่ถึงแม้มันจะไม่ได้ช่วยให้ทำงานสบายขึ้น
แต่เวลาที่ได้ทำงานกับเพื่อน ได้ช่วยกัน มันก็...มีความสุขขึ้นนะ

ไอเรซิ่นที่ตาลีตาเหลือกทำ สุดท้่ายก็แค่นั่งนิ่งๆรอเวลา
ไอคำว่าเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็เป็นไปได้
ไอเวลาที่ไม่ค่อยมี ถึงตอนนี้ยังไม่ค่อยมี แต่ก็ได้ใช้ทุกนาทีอย่างมีความสุข
ก็ไม่เห็นจะต้องการเวลาให้มากมาย
5 พ.ย. 2552
Happy Birth day to me
ไว้อาลัยแด่โต๊ะอักษร

ไว้อาลัยแด่มือถือทุกเครื่องที่โดนเรซิน และ แมคบุ๊คโปรของแกด้วยนะ

ขอบคุณชีวิตสิบเก้าปีและทุกๆคน ทุกๆสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ขอบคุณการ "ไม่มีเวลา" ที่ทำให้รู้ค่าของ "เวลา"