ความรู้ vs ความคิด
posted on 29 May 2011 18:51 by thatthebee- มีอาจารย์ท่านหนึ่ง(ตอนม.ปลาย)เคยเล่าเรื่องน่าสนใจไว้เกี่ยวกับ "ความรู้และความคิด"

- มีเด็กชายคนหนึ่ง(อาจารย์เรียกว่าเด็กนรก) อยู่ป.5 เดินมาหาอาจารย์แล้วกล่าวอย่างไร้เดียงสา "ผมท่องตารางธาตุได้หมดเลย คุณครูที่โรงเรียนบอกว่าผมเก่งมากด้วย อาจารย์ท่องได้รึเปล่า" (จริงๆคิดว่าอาจารย์ท่องไม่ได้นะ ตอนนี้จขบ.ก็ท่องไม่ได้ 55+)
- หลังจากนั้นอาจารย์ก็เล่าต่อถึงเด็กชายชาวออสเตรเลียอยู่ป.5(เกรด5)เช่นเดียวกัน นาซ่าได้ออกกิจกรรมเล็กๆสำหรับเด็กให้เด็กแต่ละคนเสนอว่าจะเอาสัตว์อะไรขึ้นไปบนยานอวกาศถ้าเอาไปได้ เด็กหลายๆคนส่งคำตอบเข้าไปเป็นสัตว์เลี้ยงที่ตนรัก หรือสัตว์เลี้ยงที่ตนชอบ
- แต่เด็กชายคนนี้อยากส่งไปเป็น แมงมุม นักวิทยาศาสตร์ได้ถามเหตุผลเด็กชายคนนั้น เขากล่าวว่า

- "...ธรรมชาติของแมงมุมจะต้องสร้างรัง หรือว่า หยากไย่ ถ้าเราเอามันขึ้นไปบนอวกาศ และใช้กล้องส่องเพื่อดูลักษณะการยึดกันของเส้นใยบริเวณรอยต่อ เราจะสามารถสร้างยานอวกาศที่มีรอยต่อที่แข็งแรงที่สุดได้..."
- ถามว่า ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก คุณจะเลือกให้เด็กคนใดมีชีวิตอยู่...?
- เด็กที่มีความรู้เกินกว่าเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน หรือ เด็กอีกคนที่มีความคิดเกินกว่าเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน...หรือบางทีอาจมากกว่า...
- ความรู้มีหลากหลาย มาจากหลายแหล่ง หลายสื่อ หลายรูปแบบ ความคิดก็เช่นกัน
- อย่าจำกัดความรู้อยู่แค่ในหนังสือ และอย่ากำจัดสื่ออื่นๆที่ให้ความรู้ เพียงเพราะเราคิดว่ามันไม่ใช่แหล่งความรู้
- เพราะว่าสังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว และเราก็ต้องยอมรับว่าเด็กสมัยนี้ใช้ชีวิตอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมเยอะขึ้นเรื่อยๆ สื่อต่างๆก็เรียนรู้จากที่นี่ทั้งนั้น (หมายถึง ทีวี คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ค) แม้แต่หนังสือก็จะน้อยลงเรื่อยๆ เพราะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของอีบุ๊คมากขึ้น
- อันที่จริงคิดว่าวัยรุ่นอย่างเราหรือพวกปลายเจนY ต้น เจนZ คงจะเข้าใจกันดี เพราะเราได้ใช้เทคโนโลยีกันอย่างเต็มที่
- แต่สำหรับปลายเจน x ต้น เจน y อย่างพ่อแม่ของเรานั้นมีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีน้อยกว่าเรา และเติบโตมาท่ามกลางสภาพสื่อที่แตกต่างไป ความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงสื่อ นั้นก็ไม่อาจดีเท่ารุ่นเรา
- อีกอย่างที่เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจคือ พ่อแม่ของเราเห็นพ่อแม่ลำบากมาก่อน เห็นพ่อแม่เบบี้บูมเมอร์ต่อสู้ผ่านความอดอยาก แร้นแค้นจากภาวะสงครามเพื่อให้ลูกสบาย พร้อมทั้งปลูกฝังการเรียนสูงเพื่อเป็น หมอ เป็นวิศวกร หรืออาชีพอะไรก็ตามที่มีฐานะมั่นคง
- พ่อแม่ของพวกเราเจนX เห็นพ่อแม่ลำบาก ก็ต้องตั้งใจเรียนหนังสือ ทำตามพ่อแม่คือ ทำมาหากิน หามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้ลูกๆอย่างพวกเราได้สบาย งานเหนื่อยเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร ขอให้ลูกๆเกิดมามีกิน มีดี พร้อม พร้อมทั้งปลูกฝังความเชื่อเดียวกันในการเรียนสูงๆ เพื่อให้มีอาชีพที่มั่นคง

- ก็จริงอย่างที่พ่อแม่หวัง เมื่อมีลูกๆ เจน Y อย่างเราๆ เราก็เกิดมามีเรียน มีกิน มีใช้ อยู่อย่างสุขสบาย และต้องได้เรียนสูงๆ จะได้ไม่ต้องลำบากเหมือนพ่อแม่
- น่าเสียดาย...ที่เด็กรุ่นเราไม่ได้สัมผัสถึงการกัดฟันดิ้นรน จึงไม่รู้สึก (หรือรู้สึกน้อยกว่า) เพราะเกิดมาก็ มีกิน มีใช้ มีเรียน พร้อมแล้ว... ทั้งยังมีความคิดว่า การที่พ่อแม่บอกว่าให้จบมาเรียนสูงๆ มีงานทำ มันไม่เห็นจะได้สบายตรงไหนเลย ...ดูอย่างพ่อกับแม่สิ...

- ข้อมูลอย่างข้างต้นนี้ เราสามารถหาอ่าน "ความรู้" ได้ทั่วไป ทั้งจากหนังสือ หรืออินเตอร์เน็ต แต่ "ความคิด" ที่จะสร้างสรรค์ให้ชีวิตพัฒนาไปนั้น มันอาจเป็นเรื่องที่ "ป้อน" กันได้ ยากกว่า
- แต่แน่นอนที่ความคิดที่ดี ย่อมมาจากการได้รับความรู้ที่มีคุณภาพที่ดี ...และไม่ดี
- การได้รับแต่ตัวอย่างที่ดี เป็นสิ่งที่ดี แต่อาจไม่ดีเท่ากับ การได้รับตัวอย่างความรู้ที่ดีและไม่ดีโดยผ่านการไตร่ตรองทางความคิดที่ดี เพราะในวิธีหลังจะทำให้เราสร้างความคิดที่สร้างสรรค์มากกว่า
- เหมือนกับการกินอาหาร ถ้าหากเราไม่เคยได้กินอาหารอร่อยเลย เราก็ไม่อาจทำอาหารที่อร่อยไ้ด้ หรือถ้าเราเคยกินแต่อาหารอร่อย แต่เมื่อทำมาแล้วไม่เหมือนกับที่เคยกิน เราอาจจะคิดว่ามัน "พอกินได้" แต่จริงๆแล้วมันอาจจะ "ไม่อร่อยเลย" ก็ได้เช่นกัน
- พ่อแม่ส่วนใหญ่(ในยุคปัจจุบัน) มักจะให้ลูกพบเจอแต่อาหารที่อร่อย เพราะตัวเองเคยลองชิมอาหารที่ไม่อร่อยมาแล้ว รู้ ว่ามันแย่ จึงไม่อยากให้ลูกของตัวเองได้เจอะเจอกับมัน
- แต่มนุษย์ไม่เคยหลุดพ้นจากความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง อะไรที่ถูกห้าม ก็จะยิ่งเหมือนยุ อะไรที่ห้ามทำ ก็ยิ่งต้องทำให้ได้ ขนมหวานสีสวยมันก็ไม่ได้แย่ไปซะหมด ...อย่างน้อยก็ในตอนที่กิน
- ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าเราๆ มักจะหงุดหงิดเมื่อแม่ห้ามน้องๆไม่ให้ทำนู่นทำนี่ (เพราะตอนเด็กๆเราก็อยากทำ) อยากให้น้องๆ ลองเอง รู้เอง จะได้จำ ขณะที่พ่อแม่พยายามกันให้ออกห่าง พร้อมกับบอกว่า ของเลว ไม่ต้องลองก็รู้ว่าเลว ตัวอย่างก็มีอยู่มากมาย
- การรับความรู้ทั้งสองอย่างก็เป็นประโยชน์เหมือนกัน และ การรับความรู้ทั้งสองแบบเราก็ไม่อาจตัดสินได้ว่าแบบใดดีกว่า เพราะว่าความรู้ที่ได้มามันคงจำเป็นจะต้องขึ้นกับความคิดที่มีอยู่ ว่าจะวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร
- ในวันนี้ตอนเรากำลังเติบโตและแข็งแรง อาจจะมองของหวานสีสวยน่าลิ้มลอง ไม่อร่อยก็ทิ้งไป อร่อยก็กินต่อได้ รู้ว่าไม่ดีก็กินเป็นครั้งคราวไม่เสียหาย แต่หากเป็นในวันที่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กกำลังเติบโต เขาไม่รู้อะไรและไม่อาจต้านทานภัยใดๆได้
- ที่สำคัญคือหากสิ่งชีวิตเล็กๆอันอ่อนแอนั้นเกิดจากเรา เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเราจะตัดสินใจมอบของหวานแสนสวยให้ ทั้งๆที่รู้คุณและโทษอยู่แล้ว ได้หรือเปล่า...?
- บางทีเราอาจให้เด็กน้อยป.5 นั้งอยู่ในห้องนั่งเล่นท่องตารางธาตุ มากกว่าออกไปวิ่งเล่นให้เลอะโคลนหลังฝนตกเพื่อสอดส่องมองดูใยแมงมุมจนอาจจะไม่สบายก็เป็นได้...
เอนทรีนี้มีทั้งเนื้อหาสาระและข้อคิดเห็น กรุณาอย่านำไปใช้ในการอ้างอิงใดๆทั้งสิ้น
ขอขอบคุณรูปทุกรูปจากกูเกิ้ล
ขอขอบคุณเพื่อนในทุกคนที่เข้ามาอ่าน หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ และ ขอให้ ติและแนะ ขอบคุณค่ะ
เข้ามาแล้วตกใจกับคอมเม้นในบล๊อคตัวเอง =[]=
Tags: ข้อคิดเห็น, ความคิด, ความรู้, เด็กรุ่นใหม่41 Comments









