เด็กไทย...ล้มไม่เป็น

posted on 26 May 2011 13:10 by thatthebee
 
 
 
 
 
 
 
 
  • บางทีก็รู้สึกว่าพ่อแม่สอนการบ้านลูกวัยอนุบาลเยอะเกินไปจนกลายเป็นชี้แนะในทางที่ลูกจะได้คะแนนมาก เน้นผลตอบรับมากกว่าวิธีการเรียนการสอน 

  • ไม่รู้ว่ารู้รึเปล่าว่าเป็นการปลูกฝังนิสัยสักแต่ทำให้เสร็จ มีส่ง คะแนนเยี่ยม แต่ลูกไม่ได้รับรู้ถึงกระบวนการคิดเลยว่าทำไปเพื่ออะไร

  • พ่อแม่บางคนแทบจะระบายสีแทนลูก บวกเลขแทนลูก ลูกทำผิดบอกให้แก้เดี๋ยวนั้นเลย ไม่เคยมีกากบาทสีแดงจากอาจารย์ กลัวไม่ได้ห้าดาวไม่ได้คะแนนเต็ม

  • ลูกเลยไม่รู้ว่าผิดเป็นยังไง รู้สึกว่าผิดเป็นเรื่องที่ต้องไม่เกิดขึ้นกับชีวิต ไม่เคยล้มด้วยตัวเอง ไม่กล้าล้ม ไม่รู้วิธีลุก อย่าโทษใครเลย

  • คือถ้าลองไปอ่านหนังสือของกระทรวงดีๆจะพบว่าหนังสือเขียนดีมาก(อ้างอิงจากหนังสือวิทยาศาสตร์มัธยม) มีการทดลอง กระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้เด็กสามารถ "เข้าถึง" บทเรียนได้อย่างดี

  • (น้องๆคนไหนไม่เคยเปิดหนังสือกระทรวงลองเปิดซะ ตอนเอนท์วิทยาศาสตร์พื้นฐาน อ่านกระทรวงอย่างเดียวไม่ต้องเรียนพิเศษทำได้แน่นอน)

  • ปัญหาของการศึกษาไทยในจุดนี้คือ ไม่มีเวลา

  • ที่ไม่มีเวลา อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง(และคาดว่าอาจารย์และเด็กหลายคน)เคยบอกว่าเพราะเนื้อหาในการเรียนทับซ้อนกันเกินไป เช่น ม.1 เรียนเรื่องการสังเคราะห์แสง ม.2ก็เรียนเรื่องการสังเคราะห์แสง จะเรียนสองรอบทำไม คำตอบที่เป็นความจริงคือ เด็กจำไม่ได้

  • ที่จำไม่ได้เพราะว่าเราเรียนเนื้อหากันเยอะมากกกกกก ในแต่ละรายวิชา ต่างอัดแน่น ยกตัวอย่างเช่น วิทยาศาสตร์ ม.1 เรียนเนื้อหา 3 บทในเวลา 1 เทอม คือ สี่เดือน ในสี่เดือนจัดเป็น 16 สัปดาห์ สัปดาห์ละสมมติว่า สี่คาบ คาบละ 50 นาที ตีเป็นหนึ่งชั่วโมง

  • แปลว่าเด็กน้อยเรียนวิทยาศาสตร์ทั้งหมด 16x4 = 64 ชั่วโมง โอ้ 3 บท 64 ชั่วโมง หนึ่งบทประมาณ 21 ชั่วโมงล้นเหลือ!!!

  • จริงรึเปล่า? ลองมาดูกัน...จริงเลย เพราะว่าเราสามารถเรียนด้วยเวลาเท่านี้ได้อย่างสบายๆ

  • แต่...แต่... แต่!! โรงเรียนส่วนใหญ่(ขอเน้นย้ำอีกหลายๆรอบว่าส่วนใหญ่...) แก้ไขปัญหา "เนื้อหาการเรียนน้อยไป" ด้วยการ ยัดเยียดใส่ข้อมูลรายละเอียดที่เรียกกันว่า "เข้มข้น" ลงไปให้เด็ก เนื้อหาเข้มข้นนี้ก็คือเนื้อหาเฉพาะทางม.ปลาย เป็นต้น

  • เด็กก็เลยเหมือนเรียนเนื้อหาม.ต้น ควบ ม.ปลาย พออยู่ม.ปลาย ก็เรียนเนื้อหาควบ มหาลัย(จริงๆนะจ๊ะช =;;;)

  • แต่เด็กไม่ใช่คอมพิวเตอร์นะคะ จะได้จิ้มแฟลชไดรว์ ใส่ข้อมูลแล้วประมวลผลได้เลย พอความเข้าใจยังไม่แน่น ไปเรียนการประยุกต์ใช้ ระบบก็รวนสิคะ... เออเร่อ 

  • ไม่เข้าใจ ทำไม่ได้ เรียนไม่รู้เรื่อง จบลงที่...

  • ไปเรียนพิเศษ!!!





  • แล้วที่สอนพิเศษนี่มันดียังไงห๊าาาา สอนดีนักเหรอถึงได้ทำให้เด็กเรียนรู้เรื่องมากขึ้น

  • ตอบว่า สอนดีถึงดีมาก น่าสนใจถึงน่าสนใจมาก เข้าถึงเด็กมากถึงมากที่สุด รวดเร็วทันใจวัยรุ่น และที่สำคัญตอนนี้คือเด็กตั้งใจเรียนกันตอนไปติว เพราะทัศนคติของเด็กเปลี่ยนเป็น ไปโรงเรียนเพื่อหาเพื่อน ไปเรียนพิเศษเพื่อเรียนหนังสือ กันแล้ว!!!

  • จะให้พ่อแม่เสียเงินสองรอบกันทำไมคะ orz...
 

  • ที่บ่นมานานก็เพราะเริ่มทนไม่ได้กับความเครียดจากการเรียนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งช่วงวัย ต้นทุนการเรียน และจำนวน

  • เพราะตอนนี้น้องประถมก็ต้องเรียนพิเศษวันเสาร์อาทิตย์ทั้งวันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เหตุผลก็เพราะ เพื่อนๆก็เรียนกันหมดแล้ว!!!

  • ถามว่าการเรียนเมื่อได้เรียนพิเศษแล้วดีขึ้นมั้ย...ก็ต้องดีขึ้นสิคะ เหมือนเคยกินข้าวหนึ่งจาน แล้วเปลี่ยนเป็นกินข้าวสองจาน น้ำหนักก็เพิ่มเป็นธรรมดา คืออันนี้คือ logic ง่ายๆของการเรียนพิเศษขึ้นพื้นฐาน

  • แบบที่สองคือ ดีขึ้นมาก เพราะรู้ล่วงหน้าจากที่เรียนแล้ว เช่น น้องเรียน ตรีโกณมิติที่โรงเรียน (ส่วนที่เรียนพิเศษเรียนตรีโกณจบแล้ว ตอนอยู่ในห้องเลยดูฉลาดมาก) ระหว่างที่เรียนตรีโกณที่โรงเรียน ก็ไปเรียนแคลคูลัสเพิ่ม พอโรงเรียนสอนแคลคูลัสก็รู้เรื่องหมดเลย ได้ติ๊กถูกทุกข้อ เก่งมากค่ะ  

  • ที่พูดนี่ไม่ได้แอนตี้ระบบการเรียนพิเศษเลยนะคะ เพราะว่าตัวเองตอนอยู่มัธยม เรียกได้ว่าเรียนมาเกือบทุกสถาบันแล้วค่ะ และเรียนมาทุกวิธีตั้งแต่ เรียนควบคู่ เรียนก่อนเรียน เรียนติวเข้มขั้นสุดยอดอภิมหาล่วงหน้า 

  • และมันก็เป็นสัจธรรมนะคะว่า อะไรที่มากไปมันก็ไม่ดี  วันนึงนั่งเรียนอยู่ก็นึกขึ้นมาได้ว่า จริงๆแล้วเรียนไปเยอะขนาดนี้เราได้อะไร เราก็ได้นะ แต่เต็มที่รึเปล่านี่ไม่เลย ไม่เลยจริงๆ เรียนเยอะขนาดขั้นที่ต้องกินข้าวไประหว่างเรียน คำนวนเวลาการเดินทางเป็นนาทีเพื่อไปเรียนต่ออีกทีนึง กลับมาไม่มีเวลาทบทวน 

  • ว่าไปแล้วการเรียนพิเศษก็เหมือนกับที่แม่เราจับมือเราวาดรูป เราแค่รู้ว่าลากยังไง แต่ไม่ได้สัมผัส หรือเรียกว่า  IN กับมันจริงๆ พอเรียนเยอะ ก็เหมือนแต่ สักแต่ว่าไปเรียน ยัดสูตรลัดลงสมอง

  • การเรียนพิเศษแบบนี้ก็เหมือนจ่ายร้อยได้ห้าสิบ 

  • การเรียนแบบที่คิดว่าเดี๋ยวไปเรียนพิเศษก็เหมือนกัน

  • และต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมการเรียนพิเศษทำลายกำลังใจของอาจารย์อยู่ในระดับหนึ่ง

  • ปกติแล้วคนที่อยากเป็นครูจริงๆก็มีน้อยอยู่แล้ว ทั้งจากประเด็นความก้าวหน้าในเงินเดือนและตำแหน่ง อีกทั้งยังได้รับการดูถูกจากสังคม (มีคนส่วนหนึ่งคิดว่าคนที่เรียนอาจารย์เพราะไม่ติดอย่างอื่น มีอย่างนี้จริงๆ และมีครูอีกจำนวนมากที่เลือกจะเป็นครู)

  • เด็กไม่ตั้งใจเรียน อาจารย์ไม่อยากสอน อาจารย์สอนไม่ดี เด็กไม่ตั้งใจเรียน เป็นวงจรอุบาทว์มาก

  • ถามว่าอาจารย์มีหน้าที่สอน ก็สอนสิ ...แต่บางทีมันก็เหนื่อยนะ เวลาที่ตั้งใจทำอะไรสักอย่างแล้วไม่มีใครสนใจเลย...

  • ขอจบลงด้วยการฝากน้องๆที่ยังเรียนอยู่ ว่าตั้งใจเรียนในห้องกันนะ ตั้งใจจริงๆ กลับมาทำการบ้านเองค้นหาวิธีการเอง ผิดก็ช่างมัน คะแนนมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เพราะวันนี้ที่ ล้ม ไปแล้ว เราได้เรียนรู้ที่จะลุกเองเป็น...

รูปทั้งหมดนำมาจาก google.com 

เรื่องทั้งหมดมาจากความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนล้วนๆ กรุณาอย่านำไปใช้ในการอ้างอิงใดๆทั้งสิ้น

หากมีข้อผิดพลาดประการใด โปรด ติและแนะ ด้วยค่ะ ขอบคุณ

 

 

edit @ 26 May 2011 14:41:05 by THEBEE

Comment

Comment:

Tweet

http://baembieboo.exteen.com/
ฝากคอมเม้นหน่อยนะค้ะ ขอบคุณที่คอมเม้นให้นะค้ะ ขอบคุณจริงๆค้ะ เพราะต้องส่งอาจารย์ค่ะ ขอบคุณมากๆนะค้ะ ส่งเทอม 1 ปีการศึกษา 54 ค่ะ

#92 By Tanya Kosawiboonpon on 2011-07-08 20:28

ตรงเลยครับ Hot! Hot! Hot!
การศึกษาไทยนี่มีแต่เีรียนพิเศษ

#91 By Zelonnate on 2011-05-29 10:28

เห็นด้วยสุดใจค่ะHot! Hot! Hot! Hot!

#90 By Rain*~ on 2011-05-29 09:12

ระบบทุนนิยม เราเรียนแต่วิชาชีพ ไม่ได้เรียนวิชาคนกันเลย T_Tsad smile

#89 By Deecaa on 2011-05-29 08:51

ความเห็นมัทั้ง เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

เห็นด้วย
ในทุกประการที่คุณพูด

แต่ไม่เห็นด้วย
ที่ไม่มีทางออกสำหรับปัญหา


ปัญหา ไม่ว่าใครมองก็เห็น
ใครจะพูดก็ได้

แต่ทางออก มันมองเห็นยาก


ถ้าเราไม่มองปัญหา เราก็ย่อมไม่รู้ว่าอะไรคือปัญหา
แต่ถ้ามัวมองแต่ปัญหา เราจะไม่เห็นทางออก ไม่เห็นทางแก้



big smile big smile big smile

#88 By chimerateddy on 2011-05-29 08:47

Hot! Hot! Hot!

#87 By Onizuki on 2011-05-29 05:06

วงจรอุบาทว์นี้ไม่สิ้นสุดหรอก
ต้องให้พวกที่เขียนหลักสูตรมันมาเรียนเอง
แล้วมันจะรู้ ว่าเพื่อ...Hot! Hot! Hot!

#86 By FKFT on 2011-05-29 03:18

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

อ่านไป พยักหน้าตามไปเลยล่ะครับ..

^^

เห็นด้วยนะครับbig smile
sad smile เพราะไม่เคยลำบาก เลยไม่รู้จักใช้ความพยายาม ชอบเรียนแบบมีคนป้อน ทั้งที่จริงๆ เนื้อหาทั้งหลายที่เรียนในโรงเรียนแล้ว ถ้าทบทวนด้วยตัวเอง ประมวลข้อมูลดีๆ ก็จะได้ความรู้พอๆ กับไปเรียนพิเศษ น่าสลดใจที่เด็กส่วนใหญ่ไม่คิดจะทำด้วยตนเอง แต่ต้องการบริโภคของที่สำเร็จรูปแล้วมากกว่า ผลที่ได้ก็แน่ล่ะ สอบเสร็จก็ลืม จะจำได้ยังไง

#84 By JiBi_AI on 2011-05-29 00:22

ถ้าทุกคนเข้าใจที่เรียนหมด กา